เรื่อย ๆ ไป วัน ๆ . . .
posted on 17 Aug 2010 22:32 by awaynatฮาโหลล . . .
เริ่มต้นยังไงดีหว่า ๕๕
เอาเป็นว่าเริ่มตั้งแต่ตื่นนอนเลยละกัน
วันนี้ตั้งนาฬิกา ( มือถือ ) ปลุกไว้ตอนตีสี่ครึ่ง
แต่ลุกขึ้นจากเตียงจริง ๆ ก็ตอนตีห้าสิบห้านาที
ใช้เวลาอาบน้ำไปสิบห้านาที
เสร็จแล้วก็เหลือเวลาว่างอีกครึ่งชั่วโมง
เลยตัดสินใจจะอ่านหนังสือนิยายที่หมกไว้ละกัน
เพราะคิด ( เอาเอง ) ว่า . . .
อ่านหนังสือเรียนตอนนี้คงไม่รู้เรื่อง ๕๕
พอเวลาหกโมงตรงก็ได้ฤกษ์ไปโรงเรียน
เสียเวลากับการจัดของใส่กระเป๋า
และใส่รองเท้า ถุงเท้าอีกประมาณห้านาที
สุดท้ายก็ได้ออกจากบ้านซักที
พอออกมาแล้วก็เดิน ๆ ไปป้ายรถเมล์ที่อยู่ไกลพอสมควร
( จริง ๆ แล้วไกลมาก แต่รู้สึกจะชินซะแล้ว ๕๕ )
ระหว่างที่ข้ามสะพานลอยอยู่นั้น
รถเมล์สายที่นั่งไปโรงเรียน ก็ผ่านไปต่อหน้าต่อตา
ทำให้ต้องรอรถเมล์คันต่อไปอีกเกือบสิบห้านาที
เป็นเหตุให้ถึงโรงเรียนช้ากว่าปกติสิบนาที ๕๕
เมื่อนั่งรถเมล์มาถึงป้ายบีทีเอสราชเทวี
ก็ได้เห็นเพื่อนคนนึง
ซึ่งปกติจะนั่งบีทีเอสไปสยามแล้วเดินต่อไปโรงเรียน
ขึ้นรถเมล์คันเดียวกัน แต่เนื่องจากเค้านั่งข้างหน้า
และเราก็นั่งข้างหลัง เลยไม่ได้เข้าไปทัก
แต่กะจะรีบลงรถเมล์แล้วเดินไปทักเค้าตรงประตูหน้า
เนื่องด้วยความรีบ + พื้นลื่น ทำให้ก้าวเท้าพลาด
แต่โชคดีที่เท้าข้างที่ก้าวพลาด
เหยียบลงบนบันได้ขันถัดไปได้พอดี
ทำให้ยังทรงตัวได้ ไม่ล้มลงไป
เกือบจะไม่ได้ไปทักเพื่อนคนนั้นแล้วไง ๕๕
วันนี้ที่โรงเรียนมีงาน วิทย์-ศิลป์ นิทัศน์
( เขียนอย่างนี้รึเปล่าหว่า จำไม่ได้ ๕๕ )
ทำให้เรียนคาบเช้าแค่สองคาบจากสี่คาบ
เพราะคุณครูให้ไปเดินดูงาน
ได้ถ่ายรูปกันเพื่อน ๆ พอสมควร ( ก็ครูสั่งให้ถ่าย ๕๕ )
ความรู้ที่ได้ก็นิดหน่อย เพราะเน้นเดินเล่นมากกว่า ๕๕
พอพักเที่ยงก็รีบกินข้าว กินเสร็จก็ไปเตะบอล !!
วันนี้ประเดิมบอลใหม่ที่เพิ่งรวมเงินกันซื้อ
แพงอยู่เหมือนกัน แต่ก็สวยดี ๕๕
เตะกันจนหมดพักเที่ยงแล้วก็เลิก
เพราะตอนบ่ายยังต้องเรียนต่อ
เนื่องจากวันนี้เป็นวันอังคาร โรงเรียนเลิกเร็ว
เลยถือโอกาสไปทำงานวิชาสุขศึกษา
ซึ่งคุณครูให้เลือกว่าจะทำอะไรเพื่อสังคม
ในกลุ่มก็ตกลงกันว่าจะไปสอนเด็กที่
โรงเรียนสอนคนตาบอด ( เยื้อง ๆ รพ.พระมงกุฎฯ )
วันนี้ก็ไปเป็นครั้งที่สองแล้ว
ครั้งแรกที่ไปก็ได้ไปสอนเลขน้องม.สี่คนนึง
เค้าชื่อน้อง บี มาจากโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย
เนื่องจากช่วยกันสอนกับเพื่อนอีกคน
บางช่วงก็เลยเงียบไป ( นาน )
ทำให้น้องเค้าคิดว่าหลับไปแล้ว + ยังไม่ได้บอกชื่อตัวเอง
น้องบีจึงตั้งชื่อเล่นให้ใหม่ว่า พี่ “ แนป ”
มาจาก take a “ nap ” ที่แปลว่างีบหลับ ๕๕
สอนถึงหกโมงสิบห้าน้องเค้าก็กลับ
เพื่อน ๆ ก็แยกย้ายกันกลับบ้าน
เราได้แวะกินข้าวกับเพื่อนคนนึงก่อนกลับบ้าน
กินไปก็คุยย้อนเรื่องเก่า ๆ ไป ก็สนุกดี ๕๕
ส่วนครั้งที่สอง ( ครั้งนี้ )
ไม่ได้สอนใครเลย เพราะ . . .
๑. เย็บสมุดให้น้อง ๆ อยู่ เป็นจำนวน ๕๑ เล่ม !!
( ที่จริงแล้วมาทีหลัง เลยเย็บไป ๓๐ กว่าเล่ม ๕๕ )
มันเป็นงานที่หนักมากกก . . .
๒. มีน้องคนนึงมาให้สอนเศรษฐศาสตร์
แต่เนื่องด้วยเราไม่เก่งเรื่องนี้เลย
จึงให้เพื่อนสอนแทน
แต่ก่อนกลับได้ไปทักน้องบีด้วย
น้องเค้ายังจำ พี่ “ แนป ” ได้ ,, ปลื้มมาก ๕๕
สองครั้งที่ไปโรงเรียนสอนคนตาบอด
เป็นประสบการณ์ที่ดีและสนุกมาก
ทำแล้วมีความสุขจริง ๆ : ))
ว่าง ๆ จะหาเวลาไปอีก !!
วันนี้ออกจากโรงเรียนสอนคนตาบอด
ตอนหกโมงครึ่งพอดี ใช้เวลาอยู่ในนั้นสามชั่วโมงเต็ม
ออกมาก็ไปกินข้าวที่เซ็นจูรี่ กินฮะจิบังราเมน ~
เนื่องจากวันศุกร์ที่ ๗ เป็นวันเกิดของเพื่อน
และเราก็ยังไม่ได้ให้ของขวัญเค้าเลย
จึงถือโอกาสเลี้ยงฮะจิบังเป็นของขวัญวันเกิดซะเลย ๕๕
พอกินเสร็จก็แยกกัน เค้าก็กลับบ้าน
แต่เราพุ่งตรงไปที่ร้านหนังสือที่อยู่ชั้นสาม
กะจะหาซื้อนิตยสาร a day ซักหน่อย แต่ไม่มี
เลยคว้าหนังสือ bear wish ติดมือกลับบ้านมาแทน ๕๕ฃ
ตอนจ่ายเงินก็ใช้บัตรสมาชิกด้วย
พอพนักงานพิมพ์รหัสสมาชิกเสร็จก้หันมาถามว่า
นี่ไม่ใช่ชื่อน้องใช่ไหม เราก็ตอบไปว่านี่ชื่อผมครับ
น้องชื่อเหมือนผู้หญิงเลยอ่ะ เราก็ได้แต่ตอบ ครับ ๆ ไป
ที่จริงคำถามแบบนี้ก็โดนมาหลายครั้งแล้ว
เพราะเราชื่อเหมือนผู้หญิงจริง ๆ แต่ก็ชอบชื่อนี้นะ ๕๕
นี่คือโฉมหน้าหนังสือ bear wish ที่ซื้อมาใหม่ !!
ห้าวววว ~ ง่วงซะแล้วสิ
นี่เป็นบันทึกที่ยาวที่สุดตั้งแต่สร้างบล็อกมาเลยนะเนี่ย
รู้สึกดีจริง ๆ ๕๕
ไว้ว่าง ๆ จะมาอัพต่อเรื่อย ๆ
ถ้าเป็นไปได้ก็อยากมาอัพทุกวัน ๕๕
ไปนอนดีกว่า ฝันดี ~

เลยเข้ามานั่งอ่านย้อนอดีตเล่นๆ
ว่าวันนั้นเราทำอะไรอยู่วะ 555
ชีวงชีวะ ไม่อ่านแมร่งแล้วว
ขี้เกียจเว้ยย
อีกอย่าง ตอนนี้ก็เที่ยงแล้ว
ตื่นได้แล้วนะ ฮเนาน้อย ^^
#1 By PisceS~* on 2010-09-25 12:26